สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี สร้างความช็อกให้วงการลูกหนังอีกครั้ง หลังประกาศปลด เลียม โรซิเนียร์ ออกจากตำแหน่งกุนซือหลังคุมทัพได้เพียงแค่ 3 เดือน ทั้งที่เพิ่งเซ็นสัญญาระยะยาวถึง 6 ปี เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา
การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังผลงานย่ำแย่อย่างหนัก โดยเกมล่าสุดที่บุกพ่าย ไบรท์ตัน 0-3 กลายเป็นความพ่ายแพ้นัดที่ 5 ติดต่อกันในลีกโดยที่ทีมยิงประตูไม่ได้เลย ซึ่งถือเป็นสถิติฟอร์มเลวร้ายที่สุดของสโมสรในลีกสูงสุดรอบ 114 ปี
กุนซือวัย 41 ปี ยอมรับหลังเกมว่าฟอร์มของทีม “ยอมรับไม่ได้” และเตรียมปรับเปลี่ยนหลายอย่างก่อนศึกเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ไม่รอดจากการโดนปลด โดยมีรายงานว่านักเตะซีเนียร์หลายรายไม่พอใจกับคำให้สัมภาษณ์หลังเกมของเขา
บอร์ดบริหารของเชลซีได้ประชุมด่วนเกี่ยวกับอนาคตของโรเซเนียร์ ก่อนจะมีมติให้แยกทาง และแต่งตั้ง คัลลัม แม็คฟาร์เรน เข้ามารับหน้าที่กุนซือชั่วคราวจนจบฤดูกาล
แถลงการณ์ของสโมสรระบุว่า “เราขอขอบคุณเลียมและทีมงานสำหรับความทุ่มเทตลอดช่วงเวลาที่อยู่กับสโมสร เขาแสดงความเป็นมืออาชีพอย่างสูงเสมอ อย่างไรก็ตาม ผลงานและฟอร์มการเล่นในช่วงหลังต่ำกว่ามาตรฐานที่เราคาดหวัง ทั้งที่ฤดูกาลยังมีเป้าหมายสำคัญรออยู่”
“คัลลัม แม็คฟาร์เลน จะเข้ามาคุมทีมชั่วคราว โดยมีทีมสตาฟฟ์ชุดเดิมสนับสนุน เพื่อพยายามพาทีมคว้าตั๋วฟุตบอลยุโรป และเดินหน้าลุยศึกเอฟเอ คัพให้ไกลที่สุด”
การปลดกุนซือแบบสายฟ้าแลบครั้งนี้สะท้อนถึงความไม่มั่นคงภายในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์อย่างชัดเจน และเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าความกดดันในทีมระดับท็อปของพรีเมียร์ลีกนั้นรุนแรงเพียงใด โดยเฉพาะเมื่อผลงานในสนามไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้










