พอล ดอยล์ ชายวัย 54 ปี ถูกศาลพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 21 ปี 6 เดือน หลังจากก่อเหตุขับรถพุ่งชนฝูงชนที่เป็นแฟนบอลลิเวอร์พูล ระหว่างขบวนพาเหรดฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีก เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากถึง 134 ราย
เหตุการณ์สะเทือนขวัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยดอยล์ ขับรถ ฟอร์ด กาแล็กซี จากบ้านพักในย่านคร็อกซ์เธธ เข้าสู่ใจกลางเมืองลิเวอร์พูล เพื่อไปรับเพื่อนที่มาร่วมฉลองแชมป์ ก่อนที่เขาจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ และเร่งเครื่องพุ่งเข้าใส่กลุ่มแฟนบอลที่กำลังเดินทางกลับบ้าน บนถนนวอเตอร์สตรีต ซึ่งเป็นถนนที่ถูกปิดการจราจรในเวลานั้น
ภาพจากกล้องหน้ารถซึ่งถูกนำมาเปิดในชั้นศาล เผยให้เห็นแฟนบอลหลายรายถูกกระเด็นขึ้นไปบนฝากระโปรงรถ บางรายล้มลงไปอยู่ใต้ท้องรถ ขณะที่ดอยล์ขับด้วยความเร็วราวเวลา 18.00 น. พร้อมตะโกนด่าทอและสั่งให้ผู้คน “หลบไป”
เดิมที ดอยล์ ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด 31 กระทง แต่ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนการพิจารณาคดีจะเริ่มขึ้น เขากลับคำรับสารภาพทุกข้อหา โดยอดีตนาวิกโยธินรายนี้ถึงกับหลั่งน้ำตาในศาล
ข้อหาที่เขารับสารภาพประกอบด้วย การขับรถโดยประมาทอันตราย การก่อความวุ่นวาย การพยายามทำร้ายร่างกายสาหัสโดยเจตนา 17 กระทง การทำร้ายร่างกายสาหัสโดยเจตนา 9 กระทง และการทำให้บาดเจ็บโดยเจตนาอีก 3 กระทง โดยเหยื่อที่ถูกระบุชื่อในคดีมีอายุตั้งแต่ 6 เดือน จนถึง 77 ปี
ผู้พิพากษา แอนดรูว์ เมนารี เคซี ระบุในการอ่านคำพิพากษาว่า ดอยล์กระทำการด้วย “ความโกรธเกรี้ยวที่ไม่อาจอธิบายได้” และกล่าวอย่างหนักแน่นว่า
“แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าใจว่ามนุษย์ที่มีสติสัมปชัญญะจะกระทำเช่นนี้ได้อย่างไร การขับรถพุ่งใส่ฝูงชนด้วยความไม่ใส่ใจต่อชีวิตมนุษย์ เป็นสิ่งที่เกินกว่าความเข้าใจของคนทั่วไป”
ผู้พิพากษายังเสริมว่า การกระทำดังกล่าวสร้าง “ความสยดสยองและความเสียหายในระดับที่ศาลแห่งนี้ไม่เคยพบมาก่อน”
โดยระหว่างทางเข้าสู่เมือง ดอยล์ยังขับแซงรถคันอื่น ฝ่าไฟแดง และไม่ชะลอความเร็ว แม้จะมีแฟนบอลจำนวนมาก รวมถึงเด็กเล็กอยู่บนถนน ภาพจากกล้องยังจับเสียงเขาด่าทอหยาบคาย ขณะที่ผู้ปกครองพยายามอุ้มลูกหลบหนี
รถของดอยล์หยุดลงได้ก็เพราะแฟนบอลรายหนึ่งชื่อ แดน บาร์ กระโดดเข้าไปในเบาะหลังและดึงเกียร์ค้างไว้ที่ตำแหน่งจอด ขณะนั้นยังมีผู้บาดเจ็บติดอยู่ใต้รถ โดยแม้ดอยล์จะพยายามเร่งเครื่องต่อ แต่ไม่สามารถขยับรถได้อีก
ภายหลังการจับกุม ดอยล์อ้างว่าเห็นคนถือมีดและขับรถด้วยความตื่นตระหนกเพราะกลัวถูกทำร้าย แต่ตำรวจยืนยันว่า ไม่มีหลักฐานใด ๆ จากกล้องวงจรปิดหรือพยานยืนยันคำกล่าวอ้างดังกล่าว อีกทั้งไม่พบความบกพร่องของรถ และเขาไม่ได้อยู่ภายใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์หรือยาเสพติด
เจมส์ อัลลิสัน จากอัยการ เมอร์ซีย์ไซด์-เชเชอร์ กล่าวว่า “คำตอบที่ง่ายที่สุดว่าทำไมเขาถึงทำเช่นนั้น คือเขาควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ เขาโกรธเกรี้ยว และต้องการจะขับผ่านถนนเส้นนั้นให้ได้ ซึ่งเพียงไม่กี่นาทีก็ทำลายชีวิตของผู้คนไปจำนวนมาก”
ด้านผู้กำกับการสืบสวน จอห์น ฟิตซ์เจอรัลด์ ระบุว่า “การเพิกเฉยต่อความปลอดภัยของผู้อื่น โดยเฉพาะเด็กเล็กจำนวนมาก เป็นสิ่งที่ยากจะยอมรับได้ และถือเป็นความโชคดีอย่างยิ่งที่ไม่มีใครเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้”










