จาร็อด โบเว่น กัปตันทีม เวสต์แฮม ออกอาการไม่พอใจหลังทีมของเขาชวดประตูตีเสมอช่วงท้ายเกมกับ อาร์เซน่อล โดยมองว่าทีม “ขุนค้อน” โชคร้ายสุด ๆ ที่ VAR ริบสกอร์คืน พร้อมยืนยันว่า ดาวิด ราย่า ผู้รักษาประตูทีมปืนใหญ่ ต้องเจอการปะทะอยู่แล้ว ในจังหวะแบบนี้
โดยช่วงท้ายเกมจังหวะดังกล่าว คัลลัม วิลสัน ส่งบอลเข้าประตูได้จากลูกเตะมุมในช่วงท้ายเกม และทุกคนคิดว่าเวสต์แฮมตามตีเสมอสำเร็จ อย่างไรก็ตาม หลัง VAR ใช้เวลาตรวจสอบอยู่นาน ผู้ตัดสิน คริส คาวานาห์ ตัดสินไม่ให้เป็นประตู เนื่องจากมองว่า พาโบล ไปทำฟาวล์ราย่าก่อน
โบเว่นให้สัมภาษณ์กับ สกาย สปอร์ตส์ ว่า “ใช่เลย เรารู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ผมมีหลายอย่างที่อยากพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้”
“เพราะเราเป็นฝ่ายเสียประโยชน์ แน่นอนว่าเราต้องรู้สึกแบบนั้น ฟุตบอลคือกีฬาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ร่วมและช่วงเวลาสำคัญ เราคิดว่าเราได้โมเมนต์สำคัญกลับเข้าสู่เกมแล้ว”
“แต่พอคุณนั่งดูภาพช้ากันอยู่ห้านาที พยายามจะหาความผิดให้เจอ สุดท้ายคุณก็จะเจอจนได้” โบเว่นกล่าว
ดาวเตะทีมชาติอังกฤษยังมองว่าผู้รักษาประตูได้รับการปกป้องมากเกินไปเมื่อเทียบกับผู้เล่นตำแหน่งอื่น
“ผู้รักษาประตูได้รับการปกป้องมากกว่านักเตะเอาต์ฟิลด์ และในกรอบเขตก็มีการดึงรั้งกันตลอด ถ้าจะจับแบบนี้ คุณก็ต้องย้อนดูทุกจังหวะแล้วแจกจุดโทษทุกครั้งสิ ถึงจะเรียกว่ายุติธรรม”
“คุณจะเข้าไปอัดผู้รักษาประตูเต็ม ๆ ไม่ได้ก็จริง แต่จังหวะนั้นผู้รักษาประตูพุ่งออกมาคว้าบอล เขาก็ต้องคาดหวังการปะทะอยู่แล้ว นี่คือพรีเมียร์ลีก มันต้องมีคอนแท็กต์”
นอกจากนี้ โบเว่นยังยกตัวอย่างเกมก่อนหน้ากับ เบรนท์ฟอร์ด ที่ โธมัส ซูเซ็ค ถูกดึงในกรอบเขตโทษแต่ทีมไม่ได้จุดโทษเช่นกัน
“ผมพูดเหมือนเดิม ถ้าคุณดูอะไรนานพอ คุณก็จะหาจังหวะให้เป่าได้แน่ ผมมั่นใจว่ากูรูและแฟนบอลทุกคนรู้ดีว่าฟุตบอลเป็นเกมที่มีการปะทะ ถ้าจะให้ฟาวล์แบบนี้ ก็ต้องให้ทุกสัปดาห์ แล้วเส้นแบ่งมันอยู่ตรงไหนกันแน่?” โบเว่น กล่าวอย่างหัวเสีย










