สถานการณ์ของรูเบน อโมริม ในฐานะกุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงวิกฤติหนัก หลังล่าสุดบุกไปพ่ายเบรนท์ฟอร์ด 3-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก ทำให้ความกดดันต่ออนาคตของเขาเพิ่มขึ้นอีกขั้น
เกมนี้ปีศาจแดงเพิ่งชนะเชลซีมาได้ แต่กลับโดนอิกอร์ ติอาโก้ ซัดสองประตูรวด ก่อนที่เบนจามิน เซสโก้ จะยิงตีไข่แตกช่วยทีมเลี่ยงความอับอายชั่วคราว ทว่าช่วงท้ายเกมมาโดนมัทเธียส เจนเซ่น ยิงปิดกล่อง ทำให้แมนยูร่วงลงมาอยู่อันดับ 13 ของตาราง มีเพียง 7 คะแนนจาก 5 นัด
หลังเกมมีการเปิดเผยสถิติสุดเลวร้ายว่า นับตั้งแต่อโมริมเข้ามาคุมทีมเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 แมนยูเป็นทีมที่เสียประตูแรกมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกถึง 21 นัด และยังไม่เคยชนะเกมลีกสองนัดติดต่อกันตลอด 33 นัดที่เขาคุมทีม (ชนะ 9 เสมอ 7 แพ้ 17)
ที่เลวร้ายกว่านั้น ความพ่ายแพ้เกมนี้เป็นนัดที่ 200 ในอาชีพกุนซือของอโมริม และเขาแพ้เกมพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 17 นัด จาก 33 นัด มากกว่าที่เคยแพ้ในลีกโปรตุเกสตลอด 167 นัด (14 นัด) เสียอีก
อย่างไรก็ตาม ยังมีหนึ่งข่าวดีให้แฟนผีได้ชื่นใจเล็กน้อย เมื่อเซสโก้ยิงประตูแรกให้ทีมสำเร็จ หลังย้ายมาจากซัลซ์บวร์กด้วยค่าตัว 74 ล้านปอนด์ โดยเจ้าตัวซัดตรงกรอบถึง 4 ครั้งในครึ่งแรก กลายเป็นนักเตะแมนยูคนแรกที่ทำได้แบบนี้ในลีกตั้งแต่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เคยทำไว้ในปี 2021
อโมริมยอมรับหลังเกมว่า “เราอยากชนะ แต่วันนี้เราเล่นแบบที่เบรนท์ฟอร์ดต้องการ ไม่ว่าจะเป็นบอลยาว ลูกตั้งเตะ หรือจังหวะสำคัญทั้งหมด เราแพ้หมด ต้องคิดถึงเกมถัดไปและแก้ไขให้ดีขึ้น”










