เรือส่อรับโทษเบา หากเทียบผลสิงห์บลูส์

 

หลังจากพรีเมียร์ลีกตัดสินลงโทษ สิงห์บลูส์ เชลซี จากความผิดด้านการเงิน อาจกลายเป็น “บรรทัดฐานสำคัญ” ต่อคดีใหญ่ของ เรือใบสีฟ้า แมนฯ ซิตี้ ที่กำลังเผชิญ 115 ข้อกล่าวหา

เชลซีถูกตัดสินว่ามีความผิดมากกว่า 30 กระทง เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินนอกบัญชีรวมมูลค่าราว 47 ล้านปอนด์ ในดีลนักเตะชื่อดังอย่าง เอเดน อาซาร์, วิลเลียน, ดาวิด ลุยซ์ และ เนมานย่า มาติช

อย่างไรก็ตาม บทลงโทษที่ได้รับกลับถูกมองว่า “เบาเกินคาด” โดยมีเพียงค่าปรับ 10 ล้านปอนด์ และโทษแบนเสริมทัพแบบมีเงื่อนไข ซึ่งจะมีผลก็ต่อเมื่อทำผิดซ้ำในอีก 2 ปีข้างหน้า

หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือการที่เจ้าของใหม่อย่างกลุ่ม เคลียร์เลค ให้ความร่วมมือเต็มที่ และเป็นฝ่ายรายงานความผิดด้วยตัวเอง ซึ่งต่างจากยุคของ โรมัน อบราโมวิช

เมื่อเทียบกับทีมอย่าง เอฟเวอร์ตัน, น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ หรือ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เคยโดนตัดแต้มจากกฎการเงิน การลงโทษเชลซีจึงยิ่งถูกตั้งคำถามถึงความยุติธรรม

ประเด็นนี้เองที่อาจทำให้แมนฯ ซิตี้ มองโลกในแง่ดี มากขึ้นเกี่ยวกับคดีของพวกเขา ซึ่งยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยสโมสรยืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และพร้อมต่อสู้ทางกฎหมายเต็มที่

แตกต่างจากเชลซีที่ยอมรับและให้ความร่วมมือ ซิตี้ภายใต้การบริหารเดิมยังคงยืนกรานความบริสุทธิ์ ซึ่งอาจนำไปสู่กระบวนการที่ยืดเยื้อกว่า

จากแนวโน้มล่าสุด หลายฝ่ายมองว่า หากซิตี้ถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง บทลงโทษอาจมาในรูปแบบ “ค่าปรับทางการเงิน” มากกว่ามาตรการรุนแรงอย่างการตัดแต้ม หรือริบแชมป์

อย่างไรก็ตาม หากเกิดขึ้นจริง ก็อาจสร้างคำถามต่อ ความยุติธรรมของฟุตบอล ว่าทีมใหญ่สามารถใช้เงินแก้ปัญหาได้หรือไม่ และจะกระทบความเชื่อมั่นของแฟนบอลทั่วโลกในระยะยาว