พอล สโคลส์ อดีตกองกลาง แมนฯ ยูไนเต็ด ออกมาแสดงความเห็นว่า การมาของ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ด้วยค่าตัว 116.5 ล้านปอนด์เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา ทำให้ ลิเวอร์พูล เปลี่ยนสไตล์การเล่นไปสู่ทีมที่เน้นการครองบอลมากขึ้น และส่งผลให้ แอนฟิลด์ สูญเสียความน่ากลัวไป
สโคลส์ให้สัมภาษณ์ผ่านพอดแคสต์โดยกล่าวว่า “แอนฟิลด์เคยเป็นสถานที่ที่ยากที่สุดแห่งหนึ่งในการมาเยือน”
เขายังอ้างถึง เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังลิเวอร์พูลที่เคยพูดบ่อยครั้งว่า ทั้งแฟนบอลและนักเตะสร้างแรงกดดันมหาศาลให้คู่แข่ง
“ตอนนี้พวกเขาดูเหมือนจะสูญเสียความมุ่งมั่นที่จะหยุดคู่แข่งไปแล้ว มันไม่เหมือนเดิม”
สโคลส์มองว่าเวียร์ตซ์เป็นนักเตะระดับยอดเยี่ยม แต่สไตล์การเล่นของเขาทำให้ทีมเปลี่ยนไป
“เวียร์ตซ์เป็นนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมมาก แต่ผมคิดว่าเขาทำให้ลิเวอร์พูลกลายเป็นทีมที่เน้นครองบอลมากขึ้น”
เขายังเปรียบเทียบกับยุคของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ที่ลิเวอร์พูลเล่นด้วยความดุดันและเพรสซิ่งหนัก
“สมัยคล็อปป์หรือแม้แต่ผู้จัดการทีมคนก่อน ๆ สิ่งสุดท้ายที่ลิเวอร์พูลคิดเวลาเล่นในบ้านคือการเล่นสวยงาม”
“พวกเขาคิดแค่ว่าจะบดขยี้คู่แข่ง กดดัน และทำให้ทีมตรงข้ามเล่นไม่ได้”
นอกจากนี้ สโคลส์ยังมองว่าแนวคิดฟุตบอลของ อาร์เน่อ สล็อต ที่เข้ามาคุมทีมอาจไม่เข้ากับเอกลักษณ์ของสโมสร
“ลิเวอร์พูลไม่ใช่ทีมครองบอล พวกเขาเป็นทีมที่วิ่งไล่บี้เหมือนทีมของคล็อปป์”
“ตอนนี้สล็อตพยายามเปลี่ยนแนวทางเล็กน้อย และผมคิดว่ามันอาจไม่เหมาะกับลิเวอร์พูล”
อย่างไรก็ตาม สโคลส์ยังยอมรับว่าทีมยังคงเป็นทีมที่ดี เพียงแต่สิ่งสำคัญคือการกลับมามีความดุดันในการหยุดเกมของคู่แข่งเหมือนในอดีตอีกครั้ง










