เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุที่ทีมของเขามักทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในครึ่งแรก แต่กลับแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัดในครึ่งหลังตลอดฤดูกาลนี้
เรือใบสีฟ้ามีปัญหาปล่อยความได้เปรียบหลุดมืออยู่บ่อยครั้งนับตั้งแต่เดือนมกราคม ทำให้ตามหลังจ่าฝูง อาร์เซน่อล มากขึ้นเรื่อย ๆ ในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก โดยเกมล่าสุดคือการนำ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 2-0 แต่สุดท้ายโดนตามตีเสมอ 2-2 ในครึ่งหลัง
แมนฯ ซิตี้ มีคิวกลับมาลงสนามอีกครั้งในคืนวันพุธนี้ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในศึกคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง หลังจากบุกไปคว้าชัยพร้อมความได้เปรียบสองประตูในเลกแรกที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค
จากนั้นพวกเขายังต้องเจองานหนักต่อเนื่อง ด้วยการบุกไปเยือน ลิเวอร์พูล ในเกมลีกสุดสำคัญ ซึ่งหากไม่สามารถเก็บสามแต้มได้ มีโอกาสสูงที่อาร์เซน่อลจะฉีกหนีไปไกลจนยากจะไล่ทัน
ผลงานในพรีเมียร์ลีกของซิตี้น่าเป็นห่วงไม่น้อย หลังชนะเพียง 1 จาก 6 นัดหลังสุด โดยเริ่มต้นปี 2026 ด้วยผลเสมอ 3 เกมติดต่อกันกับ ซันเดอร์แลนด์, เชลซี และไบรท์ตัน ก่อนจะทำแต้มหลุดมืออีกในเกมกับ แมนฯ ยูไนเต็ด และ สเปอร์ส ส่งผลให้โอกาสลุ้นแชมป์เริ่มถูกตั้งคำถามอย่างหนัก
ก่อนเกมพบ นิวคาสเซิ่ล เป๊ปถูกสื่อสอบถามถึงปัญหาฟอร์มครึ่งหลังของทีม ซึ่งเจ้าตัวตอบว่า “มันคือความจริงที่ว่าในครึ่งหลัง เราทำได้แย่กว่าครึ่งแรก บางทีอาจเป็นเพราะเรามีทีมที่อายุน้อยกว่าสมัยเมื่อ 10 ปีก่อน และบางทีเราจำเป็นต้องเรียนรู้จากประสบการณ์เหล่านี้ บางครั้งเราเหมือนหยุดทำในสิ่งที่ทำได้ดีในครึ่งแรก เราต้องเติบโตให้มากกว่านี้” นายใหญ่เรือใบ กล่าว










