เลียม โรซิเนียร์ กุนซือเชลซี ยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า เขาเข้าใจและเห็นด้วยกับแฟนบอลสิงห์บลูส์ ที่ส่งเสียงโห่ใส่ทีมในช่วงพักครึ่งแรกของเกมเปิดบ้านเฉือน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-2 พร้อมหวังว่าการแต่งตั้งเขาเข้ามาคุมทีม จะถูกจดจำในอนาคตว่าเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ดีที่สุดของสโมสร
เสียงโห่จากอัฒจันทร์สแตมฟอร์ด บริดจ์ ดังสนั่นหลังผู้ตัดสิน แอนโธนี เทย์เลอร์ เป่านกหวีดจบครึ่งแรก โดยขุนค้อนบุกนำ 2-0 ขณะที่เชลซีเล่นกันอย่างไร้พลัง หลังโรซิเนียร์ปรับทีมถึง 7 ตำแหน่งจากเกมชนะนาโปลีเมื่อกลางสัปดาห์
บรรยากาศตึงเครียดถึงขั้นที่ โรเบิร์ต ซานเชซ และ เทรโวห์ ชาโลบาห์ ดูเหมือนจะมีปากเสียงกับแฟนบอลบางส่วน ระหว่างเดินออกจากสนามช่วงพักครึ่ง
อย่างไรก็ตาม การแก้เกมของโรซิเนียร์ในครึ่งหลัง ด้วยการส่ง มาร์ก กูกูเรย่า, เจา เปโดร และ เวสลีย์ โฟฟาน่า ลงสนามแทน เบอนัวต์ บาเดียชิล, จอร์เรล ฮาโต และ อเลฮานโดร การ์นาโช่ ซึ่งเป็นฝั่งซ้ายที่ทำผลงานย่ำแย่ กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกม
ก่อนที่ เอ็นโซ แฟร์นานเดซ จะสวมบทฮีโร่ยิงประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง พาเชลซีแซงชนะสุดดราม่า ท่ามกลางบรรยากาศจากความสิ้นหวัง กลายเป็นความสุขในเวลาเพียง 45 นาที
หลังเกม โรซิเนียร์ กล่าวว่า “ต้องบอกว่าแฟนบอลยอดเยี่ยมมากในครึ่งหลัง พวกเขาโห่ถูกแล้ว ถ้าเป็นผม ผมก็โห่เหมือนกันในครึ่งแรก ฟอร์มของเราไม่ใกล้เคียงกับมาตรฐานที่ควรจะเป็นเลย ทั้งเรื่องพลังงาน ความพร้อม และการตัดสินใจ”
“แต่การได้เห็นพวกเขามีความสุขในอีก 45 นาทีต่อมา ทำให้ผมภูมิใจมาก ผมบอกนักเตะในห้องแต่งตัวว่า เราสามารถเปลี่ยนความรู้สึกที่แย่ที่สุดของฤดูกาล ให้กลายเป็นความรู้สึกที่ดีที่สุดได้ และพวกเขาก็ทำได้จริงในครึ่งหลัง”
ชัยชนะนัดนี้ ยังเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ที่เชลซีสามารถพลิกสถานการณ์จากการตามหลัง 2 ประตูในครึ่งแรก กลับมาเก็บชัยชนะได้ พร้อมขยับขึ้นมารั้งอันดับ 4 ของตาราง
กุนซือวัยหนุ่มกล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมหวังว่าสักวันหนึ่ง พวกเขาจะพูดว่าการดึงผมมาคุมทีม คือการตัดสินใจที่ดีที่สุดที่สโมสรเคยทำ แต่ตอนนี้ผมยังโฟกัสไม่ได้ เชลซีเป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ มีประวัติศาสตร์และความสำเร็จมากมาย”
“การเข้ามารับงานกลางฤดูกาล ซ้อมได้น้อย แต่ชนะถึง 6 จาก 7 เกม มันไม่ใช่การเริ่มต้นที่แย่เลย และตราบใดที่ทีมยังแสดงให้เห็นถึงหัวใจ ความดุดัน และพลังแบบครึ่งหลัง แฟนบอลก็พร้อมจะยืนอยู่ข้างเราแน่นอน”










