คริสเตียน โรเมโร กองหลังกัปตันทีมท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ตั้งข้อหาทางวินัยเพิ่มเติม หลังถูกไล่ออกจากสนามในเกมพรีเมียร์ลีกที่สเปอร์สเปิดบ้านแพ้ ลิเวอร์พูล 1-2 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
แนวรับทีมชาติอาร์เจนตินาโดนใบเหลืองสองใบในเกมดังกล่าว โดยใบแรกมาจากการแสดงความไม่พอใจหลัง ฮูโก้ เอกิติเก้ ยิงประตูให้ลิเวอร์พูล ส่วนใบที่สองเกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จากจังหวะเตะใส่ อิบราฮิมา โกนาเต้ ขณะสเปอร์สพยายามเร่งเกมหวังตีเสมอ
หลังโดนใบแดง โรเมโรแสดงอาการไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อผู้ตัดสิน จอห์น บรูคส์ ก่อนจะเดินออกจากสนามช้า ๆ ทำให้เอฟเอมองว่าเจ้าตัวมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยตั้งข้อหาว่า
“ประพฤติตัวไม่เหมาะสม ด้วยการไม่ยอมออกจากสนามโดยทันที และ/หรือ แสดงท่าทีเผชิญหน้าและก้าวร้าวต่อผู้ตัดสินหลังถูกไล่ออก”
โรเมโรมีเวลาจนถึงวันที่ 2 มกราคม ในการชี้แจงข้อกล่าวหา ซึ่งหากเอฟเอตัดสินว่ามีความผิดจริง อาจส่งผลให้โทษแบนยาวขึ้น หรือถูกปรับเงินเพิ่มเติม
ในเวลานี้ ปราการหลังวัย 26 ปี ถูกแบนแน่นอนแล้วในเกมสุดท้ายของปี 2025 ที่สเปอร์สจะบุกไปเยือน คริสตัล พาเลซ วันที่ 28 ธันวาคม แต่ตามกำหนดการเดิม เขาจะกลับมามีสิทธิ์ลงสนามอีกครั้งในเกมเปิดปี 2026 ที่จะพบ เบรนท์ฟอร์ด ในวันปีใหม่
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ทำให้โรเมโรโดนเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากทั้งแฟนบอลและกูรู หลังเสียใบแดงในช่วงที่ทีมกำลังได้เปรียบและไล่บี้ลุ้นประตูตีเสมอ โดยสถิติการโดนไล่ออก 3 ครั้งในพรีเมียร์ลีกของเขา เป็นรองเพียง ยูเนส คาบูล ในประวัติศาสตร์สโมสร
ฤดูกาลนี้ โรเมโรสะสมใบเหลืองไปแล้วถึง 7 ใบ และเคยติดโทษแบนมาแล้วจากการโดนใบเหลืองครบโควตา หลังเกมแพ้ อาร์เซน่อล 1-4 เมื่อเดือนก่อน










